พระราหู กะลามหาอุตม์ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง

การสร้างราหูอมจันทร์มาจากความเชื่อในความเป็นอมตะของพระราหู แม้โดนคมจักรของพระนารายณ์ตัดขาดเหลือแค่ครึ่งตัวแต่ก็ไม่ตาย เพราะแอบไปดื่มน้ำอมฤตเข้าไป ขณะที่พระราหูดื่มน้ำอมฤตอยู่นั้น พระอาทิตย์และพระจันทร์เห็นจึงไปฟ้องพระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงกริ้วจึงขว้างจักรไปตัดกายพระราหูขาดครึ่ง (แต่ไม่ตาย) พระราหูจึงแค้นและได้จับพระอาทิตย์และพระจันทร์กินอยู่เสมอ กลายเป็นจันทรุปราคาและสุริยุปราคา

ส่วนการใช้กะลาตาเดียวหรือกะลาไม่มีตา (กะลามหาอุตม์) แกะเป็นรูปราหูอมจันทร์ โบราณว่านำมาบูชาเป็นมงคลแก่ครอบครัว เพราะถือว่ากะลาทั้งสองชนิดมีดีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว นอกจากนี้มีส่วนหนึ่งที่นำกะลาตาเดียวมาเป็นเครื่องรางของขลังโดยแกะเป็นรูปพระราหูห้อยคอ ทั้งรูปราหูอมจันทร์และรูปราหูอมพระอาทิตย์ รวมทั้งการจารอักขระจะไม่เหมือนกัน 

กะลาราหูที่มาเป็นคู่มักนิยมเรียกกันว่า ตัวผู้ตัวเมียนั้น อันหนึ่งจะเป็นราหูอมจันทร์ และอีกอันจะเป็นราหูอมพระอาทิตย์ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระราหูเกี่ยวกับเรื่องแก้ดวงตก หนุนดวงชะตา ผู้คนมักหาราหูอมจันทร์มาพกติดตัว พระราหูจะช่วยให้ดวงชะตาผู้ที่บูชาท่านดีขึ้น ถ้าดวงตกก็จะทำให้พ้นจากวิกฤตไปได้

ในสมัยก่อนมีความเชื่อว่า กะลาตาเดียวทั้งลูก เมื่อคว้านเอาเนื้อมะพร้าวออกเหลือแต่กะลาทั้งลูกที่ไม่มีรอยแตกร้าว จะนำโชคลาภและทำมาค้าขายรุ่งเรือง เจ้านายจะเกื้อหนุน เมตตาและช่วยป้องกันคุณไสยจากผู้ที่ไม่หวังดี

นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่า หากคู่บ่าวสาวนำกะลาตาเดียวทั้งลูกที่เป็นตัวผู้ตัวเมียคู่กัน มาบูชาในบ้าน ตั้งแต่เข้าเรือนหอ จะทำให้เป็นครอบครัวที่อยู่อย่างมีความสุข ไม่แยกจากกัน เติมเต็มไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง

นอกจากนั้น มีความเชื่อว่า กะลาตาเดียวและกะลามหาอุตม์เป็นเครื่องรางของขลัง อาทิ

– ใช้แทนทัพพีตักข้าวสารใส่หม้อ ทำให้มีทรัพย์ เพิ่มพูนเหมือนข้าวสารที่หุงสุกเป็นข้าวสวยเพิ่มพูนขึ้น

– ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง เพราะกะลาตาเดียวเป็นอาถรรพ์เป็นของวิเศษ สำหรับกันคุณไสยใส่ตัว ป้องกันอุบัติเหตุ และล้างอาถรรพ์ต่างๆ

หลวงพ่อน้อย คนฺธโชโต วัดศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ท่านมีวิทยาคมแก่กล้า ด้วยว่าได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากโยมบิดา นามว่า นายมา เป็นหมอรักษาโรคแผนโบราณ ทั้งยังเก่งกาจในเรื่องคาถาอาคม ความอยู่ยงคงกระพัน จนเป็นที่นับถือศรัทธาของชาวบ้านทั่วไป

หลวงพ่อน้อยสร้างพระราหูอมจันทร์ตามตำรับใบลานจารอักขระขอมลาว กะลาแกะราหูอมจันทร์ และพระราหูกะลาตาเดียวโดยยึดหลักสำคัญที่สุดในการพิจารณาคือ อักขระที่จาร น้ำหนักของการลงเหล็กจาร จะมีส่วนสำคัญในการพิจารณา เหมือนลายเซ็น ตัวอักษร เป็น ขอมลาว ซึ่งปลอมได้ยาก

หลวงพ่อน้อยจะจาร 2 แบบ คือ

  1. แบบสูตรเดียว คือ จารจันทรุปราคา หรือจารสุริยุปราคา อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยจะเริ่มจารตอนพระจันทร์หรือพระอาทิตย์ที่เริ่มคลายตัวออก
  2. จารแบบ 2 สูตร คือ จารทั้งจันทรุปราคาและสุริยุปราคา จะจารสูตรไหนขึ้นก่อนก็ได้ เมื่อได้ฤกษ์ดี แล้วจารไปท่องคาถากำกับไปจนจบ จากนั้นนำมาปลุกเสกรวมอีกครั้งหนึ่ง อักขระสูตรจันทรุปราคาที่จารทั้งหมด 14 ตัว และสุริยุปราคามี 16 ตัว

พระคาถาสุริยะบัพพา

กุสเสโต มะมะ กุสเสโตโต ลาลามะมะ โตลาโม โทลาโมมะมะ โทลาโมมะมะ

โทลาโมตัง เหกุติมะมะ เหกุติฯ

พระคาถาจันทบัพพา

ยัตถะตังมะมะ ตังถะยะ ตะวะตัง มะมะตัง วะติตัง เสกามะมะ

กาเสตัง กาติยังมะมะ ยะติกาฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published.