รู้จักพระโสดาบัน

พระโสดาบัน คือ อริยบุคคลระดับแรกในระดับของพระอริยบุคคลตามหลักพระพุทธศาสนา ซึ่งประกอบไปด้วย พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์

โสดาบัน แปลว่า ผู้เข้าถึงกระแสธรรม ผู้แรกถึงกระแสธรรม  คืออริยมรรค ผู้ได้บรรลุโสดาปัตติผลแล้วด้วยการละ สังโยชน์ เบื้องต่ำ 3 ประการได้คือ

  1. สักกายทิฏฐิ คือ ความเห็นผิดว่าเป็นตัวตน หมายถึง ความเห็นผิดในขันธ์ 5 ว่าเป็นเรา ของเรา หรือเป็นสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งผิดไปจากความเป็นจริงตามสภาพธรรม
  2. วิจิกิจฉา คือ ความลังเลสงสัย เช่นสงสัยในข้อปฏิบัติของตนว่าถูกต้องหรือไม่ สงสัยในพระรัตนตรัยหรือในอริยสัจ 4 ว่ามีจริงหรือไม่
  3. สีลัพพตปรามาส คือ ความเชื่อถือยึดมั่นว่าความศักดิ์สิทธิ์มีได้ด้วยศีลและพรตอย่างนั้นอย่างนี้ ข้อนี้ขยายความได้ว่ารักษาศีลแต่เพียงทางกาย ทางวาจา แต่ใจยังไม่เป็นศีล หรืออย่างน้อยก็ยังไม่เป็นศีลตลอดเวลา

ทั้งนี้ พระโสดาบัน ไม่จำเป็นต้องอยู่เฉพาะเพศบรรพชิต เพราะถึงแม้ว่าเป็นคฤหัสถ์ หมายถึง ชายหรือหญิงผู้ครองเรือน ก็สามารถเป็นพระโสดาบันได้ เช่น ในสมัยพุทธกาล มีคฤหัสถ์ที่เป็นพระโสดาบันที่มีชื่อเสียงก็มีจำนวนมาก เช่น นางวิสาขามหาอุบาสิกา อนาถบิณฑิกเศรษฐี พระเจ้าพิมพิสาร หมอชีวก เป็นต้น

การเข้าถึงกระแสธรรมของพระโสดาบันนั้น เป็นการยกระดับจิตใจอย่างถาวร ผู้ที่บรรลุโสดาบัน แบ่งเป็น

  1. เอก (เอ-กะ-) พีชี ผู้มีพืช คือ อัตตภาพอันเดียว ก็จะบรรลุเป็นอรหันต์ พืช คือ เชื้อที่จะทำให้มีการเกิด คือ เกิดอีกครั้งเดียว เท่านั้นก็เป็นพระอรหันต์และปรินิพพาน พระโสดาบัน ที่เป็นเอกพิชี นั้น เป็นพระโสดาบันที่มีปัญญามาก มีกำลังวิปัสสนามาก สามารถที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ในชาติหน้า คือ อีกเพียงชาติเดียวเท่านั้น โดยมุ่งหมายถึงการเกิดในภพภูมิมนุษย์
  2. โกลังโกละ แปลว่า ไปสู่ตระกูลจากตระกูล หมายถึง การไปสู่การเกิดใหม่ ไปสู่ภพใหม่ จากภพเดิม สู่ภพใหม่ คือเป็นพระโสดาบัน ที่มีปัญญา มีกำลังน้อยกว่าเอกพิชี มีกำลังปานกลาง ซึ่ง สามารถจะเป็นพระอรหันตในชาติที่ 2 หรือ ท้ายสุดคือ ชาติที่ 6
  3. สัตตักขัตตุงปรมะ แปลว่า มี 7 ชาติเป็นอย่างยิ่ง คือ พระโสดาบันที่มีกำลังปัญญาน้อยกว่า พระโสดาบันทั้ง 2 ข้างต้น จึงเกิด ในภพสุดท้าย ในชาติที่ 7 เป็นพระอรหันต์ แต่ ไม่เกิดในภพที่ 8 แน่นอน

วัฏฏาภิรตโสดาบันอริยบุคคล คือ พระโสดาบันที่ยินดีในวัฏฏะ ท่านก็จะไม่เกิดในภพที่ 8 มี ชาติสุดท้ายเป็นพระอรหันต์และ ปรินิพพาน ในชาติที่ 7 หมายถึง ท่านก็จะไม่เกิดเกิน 7 ชาติแน่นอน มี ชาติที่ 7 เป็นชาติสุดท้าย ซึ่ง บุคคลที่ ยินดีในวัฏฏะ แต่เป็นพระโสดาบัน คือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี วิสาขาอุบาสิกา จูลรถเทวบุตร มหารถเทวบุตร อเนกวรรณเทวบุตร ท้าวสักกเทวราช นาคทัตตเทวบุตร

การที่โสดาบันแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังที่เพราะว่าอินทรีย์ 5 ได้แก่ ศรัทธา วิริยะ สมาธิ สติ และปัญญา แก่กล้าแตกต่างกัน สำหรับ ผู้ที่อินทรีย์ 5 ถึงความแก่รอบสม่ำเสมอ ก็สามารถบรรลุผลได้อย่างรวดเร็ว

อภิฐาน 6 กรรมที่พระโสดาบันไม่กระทำ คือ

1.มาตุฆาต ฆ่ามารดา

2.ปิตุฆาต ฆ่าบิดา

3.อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์

4.โลหิตุปบาท ทำโลหิตของพระพุทธเจ้าให้ห้อ

5.สังฆเภททำสงฆ์ให้แตกกัน

6.อัญญสัตถารุทเทส นับถือศาสดาอื่น คือ เข้ารีต

Leave a Reply

Your email address will not be published.