สมธรรม 4 หลักในการเลือกคู่ครอง และใช้ชีวิตคู่

สมธรรม 4 หลักในการเลือกคู่ครอง และใช้ชีวิตคู่ เป็นหลักธรรมส่งเสริมให้ชายหญิงที่เป็นคู่สามีภรรยา อยู่ครองเรือนกันอย่างยืดยาวนานจนแก่เฒ่า และตายจากกันไปในที่สุด และแม้ตายแล้วก็มีโอกาสเป็นคู่สามีภรรยากันอีกในชาติต่อไปนั้น มี 4 ประการ

สมธรรม ๔ หลักธรรมส่งเสริมให้ชายหญิงที่เป็นคู่สามีภรรยา อยู่ครองเรือนกันอย่างยืดยาวนานจนแก่เฒ่า และตายจากกันไปในที่สุด และแม้ตายแล้วก็มีโอกาสเป็นคู่สามีภรรยากันอีกในชาติต่อไปนั้น มี ๔ ประการ เรียกว่า สมชีวิธรรม ๔ คือ สมสัทธา สมสีลา สมจาคา และสมปัญญา
ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในพระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต(พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑) ว่า

“ดูก่อน คฤหบดีและคฤหปตานี ถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกันทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละพึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ก็จะได้พบกันและกันทั้งในชาตินี้และชาติหน้า”

จากพระพุทธพจน์นี้ ในหนังสือธรรมนูญชีวิต หมวดสาม คนกับคน ข้อ ๑๓ คนร่วมชีวิต(คู่ครองที่ดี) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้กำหนดเรียกสามีภรรยาที่ประพฤติธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ว่า คู่สร้างคู่สม และได้ขยายความว่า

“…มีหลักธรรมของคู่ชีวิตที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกันเป็นพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองกันได้ยืดยาว เรียกว่า สมชีวิธรรม ๔ ประการ คือ
๑. สมสัทธา มีศรัทธาสมกัน เคารพนับถือในลัทธิศาสนา สิ่งเคารพบูชา แนวความคิดความเชื่อถือ หรือหลักการต่างๆ ตลอดจนแนวความสนใจอย่างเดียวกัน หนักแน่นเสมอกัน หรือปรับเข้าหากัน ลงกันได้
๒. สมสีลา มีศีลสมกัน มีความประพฤติ ศีลธรรม จรรยา มารยาท พื้นฐานการอบรม พอเหมาะสอดคล้อง ไปกันได้
๓. สมจาคา มีจาคะสมกัน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความโอบอ้อมอารี ความมีใจกว้าง ความเสียสละ ความพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นพอกลมกลืนกัน ไม่ขัดแย้งบีบคั้นกัน
๔. สมปัญญา มีปัญญาสมกัน รู้เหตุรู้ผล เข้าใจกัน อย่างน้อยพูดกันรู้เรื่อง”

สมชีวิธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙ ราชบัณฑิต) ได้ขยายความหมายเชิงปฏิบัติไว้(อีกสำนวนหนึ่ง) ดังนี้
๑. สมสัทธา สามีภรรยามีศรัทธาเสมอกัน ศรัทธา คือความเชื่อ ความเลื่อมใส ทัศนคติ อุดมการณ์ ความคิดเห็นในเรื่องการทำความดี เรื่องผลแห่งความดีเรื่องบุญบาป เรื่องชาตินี้ชาติหน้า เป็นต้น สามีภรรยาที่มีความเชื่อในเรื่องเหล่านี้เสมอกัน ย่อมอยู่ด้วยกันได้ยืนนานกว่าสามีภรรยาที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องเช่นนี้
๒. สมสีลา สามีภรรยามีศีลเสมอกัน ศีล คือความประพฤติ ปกตินิสัย การปฏิบัติตามคุณธรรม งดเว้นการทำผิดพูดชั่ว สามีภรรยาที่มีความประพฤติ มีปกตินิสัยเสมอกันหรือคล้ายคลึงกัน ย่อมเข้าใจกันดีกว่าสามีภรรยาที่มีนิสัยต่างกัน ประพฤติต่างกัน และพูดต่างกัน
๓. สมจาคา สามีภรรยามีจาคะเสมอกัน จาคะ คือความเสียสละ ความเอื้อ อารีต่อกัน การบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น สามีภรรยาที่มีใจคอกว้างขวาง มีน้ำใจพอๆกัน ยินดีในการเสียสละ ชอบบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นเหมือนกัน และยินดีในการกำจัดความตระหนี่ ความเห็นแก่ตัวของตนให้หมดไปเช่นกัน ย่อมอยู่ด้วยกันยืดกว่าสามีภรรยาที่มีใจคอคับแคบ แม้กระทั่งคู่ครองของตัว เป็นคนเห็นแก่ตัว ทั้งไม่ชอบช่วยเหลือใครๆ
๔. สมปัญญา สามีภรรยามีปัญญาเสมอกัน ปัญญา คือความฉลาดรอบรู้ ความเข้าใจในบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ ความฉลาดในการทำความดี สามีภรรยาที่มีปัญญามีความฉลาดรอบรู้ และฉลาดในการทำความดีพอๆกัน ย่อมอยู่ด้วยกันยืดยาวกว่าสามีภรรยาที่ต่างคนต่างไม่เข้าใจกัน ต่างไม่มีเหตุผล ไม่ใช้สติปัญญาเข้าหากัน มีแต่ใช้อารมณ์เข้าหากันตลอดเวลา
(พระธรรมกิตติวงศ์ : หลักธรรมสำหรับพัฒนาธรรมจริยา หน้า ๑๑๖-๑๑๗)

สามีภรรยาคู่ใดก็ตาม ที่นำหลักธรรมทั้ง ๔ นี้ไปประพฤติปฏิบัติ ท่านเรียกสามีภรรยาคู่นั้นว่า คู่ครองที่ดี หรือ คู่สร้างคู่สม คือ มีหลักธรรมของคู่ชีวิตที่จะทำให้คู่สมรสมีชีวิตสอดคล้องกลมกลืนกันเป็นพื้นฐานอันมั่นคงที่จะทำให้อยู่ครองกันได้ยืดยาว

สมธรรม 4 หลักในการเลือกคู่ครอง และใช้ชีวิตคู่

พุทธศาสนาในกล่าวถึง หลักในการเลือกคู่ครอง และการใช้ชีวิตคู่ อยู่ร่วมกันให้ยั่งยืน เรียกว่า สมธรรม 4 ประการ ได้แก่
สมศรทธา สมศีลา สมจาตา และสมปัญญา

1. สมศรัทธา คือ มีศรัทธาสมหรือเสมอกัน

ศรัทธา คือ ความเชื่อ ความเลื่อมใส หรือความใฝ่นิยม เช่น ความเชื่อถือในลัทธิศาสนา ความนิยมในคุณค่า สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจว่าเป็นความดีงามต่าง ๆ การมีศรัทธาสมกัน ย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้ชีวิตคู่ มีความยั่งยืน ยาวนาน เพราะความศรัทธา เป็นเครื่องหล่อหลอมความรู้สึกนึกคิด และเป็นพลังชักจูงใจในการดำเนินชีวิต และกระทำกิจการต่าง ๆ ความมีศรัทธาสมกัน ตั้งแต่ความเชื่อถือในลัทธิศาสนาอย่างเดียวกัน ตลอดจนการมีรสนิยมแนวเดียวกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตสมรส ถ้าศรัทธาเบื้องต้น ไม่เป็นอย่างเดียวกัน ก็ต้องตกลงปรับให้เป็นไปด้วยความเข้าใจต่อกัน

2. สมศีลา  คือ มีศีลเสมอกัน

ศีล คือ ความประพฤติที่เข้ากันได้ อยู่ในระดับเดียวกัน ไม่เป็นเหตุให้เกิดความรังเกียจ ดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือขัดแย้งรุนแรงต่อกัน
เช่น ฝ่ายหนึ่งปากร้าย ชอบกล่าวคำหยาบคาย อีกฝ่ายหนึ่งได้รับการอบรมกวดขัน ทางด้านการพูดจาสุภาพอ่อนหวาน ทนฟังความหยาบคายไม่ได้ หรืออีกฝ่ายหนึ่งชอบเป็นนักเลงหัวไม้ แต่อีกฝ่ายหนึ่ง ชอบชีวิตสงบไม่วุ่นวาย ก็อาจเป็นทางเบื่อหน่าย ร้าวฉานเลิกร้างกัน หรืออยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน

3. สมจาคา คือ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เสมอกัน

จาคะ คือ ความเสียสละ, การแบ่งปัน, ความเอื้อเฟื้อ  หากอีกฝ่ายมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีใจกว้างขวาง ให้การช่วยเหลือพึ่งพาอาศัย แต่อีกฝ่ายมีความตระหนี่ มีใจคับแคบ กระด้าง คู่ครองที่มีจาคะไม่เสมอกัน ย่อมมีโอกาสเกิดความขัดแย้ง กระทบกระเทือนจิตใจกันอยู่เรื่อยไป ทำให้ชีวิตครอบครัวเป็นชีวิตที่เปราะ มีทางที่จะแตกร้าวได้ง่าย

4. สมปัญญา มีปัญญาสมหรือเสมอกัน

ปัญญา หมายถึง ความรู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักดีชั่ว รู้จักประโยชน์มิใช่ประโยชน์ ความรู้จักคิด ความสามารถในการคิด และเข้าใจในเหตุผล ความมีปัญญาสมกัน ไม่ได้หมายถึง ความรู้ทางวิชากการ ความเชี่ยวชาญที่คู่ครองทั้งสองฝ่ายจะต้องได้เล่าเรียน แต่หมายถึง การมีความคิด การรู้จักรับฟัง และเข้าใจในเหตุผลของกันและกัน และการช่วยเป็นคู่คิด ของกันและกันได้

สามีภรรยาเป็นผู้อยู่ร่วมใกล้ชิดกันทุกเวลา จะต้องมีความเข้าใจกัน ร่วมคิดร่วมปรึกษาหารือกัน ช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นกำลังแก่กันและกันได้ ความมีปัญญาสมกันนี้ นอกจากเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจ ทำให้มีความสนิทสนมกันด้วยดีแล้ว ยังทำให้ชีวิตของคู่ครองทั้งสองฝ่าย เป็นชีวิตที่ส่งเสริมคุณค่าเพิ่มกำลังแก่กันและกันอีกด้วย

พระบรมศาสดาตรัสแสดงว่า สมธรรม 4 ประการนี้ จะเป็นเหตุให้คู่สามีภรรยา ได้พบกันทั้งชาตินี้ และชาติหน้า ตามความประสงค์ สมดังพุทธพจน์ที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบทเบื้องต้นว่า

…อากงฺเขยฺยุ เจ คหปตโย อุโก ชานิปตโย… เป็นต้น แปลความว่า ถ้าคู่สามีภรรยาหวังจะได้พบกัน ทั้งชาตินี้และชาติหน้าแล้วไซร้ ทั้งสองพึงเป็นผู้มีศรัทธาสมกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะสมกัน มีปัญญาเสมอกัน ดังนี้

ความสมหรือเสมอกัน ของคู่ครองตามหลักธรรม 4 ประการนี้ มีความสำคัญอย่างมาก เพราะบุคคลทั้งสองมามีชีวิตอยู่ร่วมกัน ใกล้ชิดยิ่งกว่าใครๆ จนในทางโลกกล่าวว่า เป็นบุคคลเดียวกัน การที่จะมารวมเข้าด้วยกัน จึงต้องอาศัยความประสานกลมกลืน เหมาะสมกัน ตามทางธรรมดังกล่าวมา

ที่มา

One Comment on “สมธรรม 4 หลักในการเลือกคู่ครอง และใช้ชีวิตคู่”

Comments are closed.