วีอาร์ดี ชวนทำดี มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมาร

ประวัติ

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๓๒ โดยมีชื่อว่า “โรงพยาบาลคนเสียจริต” ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน โรงพยาบาลคนเสียจริต ทำการรักษาผู้ป่วยโดยแพทย์ประจำ และแพทย์แผนไทย ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้นประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดิน เละบ้านของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่นๆรวมเนื้อที่ ๔๔ ไร่ครึ่งเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันฯในปัจจุบัน คืออยู่ที่ริมคลองสานด้านตะวันตกตอนใต้ห่างจากสถานที่เดิมประมาณ ๖๐๐ เมตร การสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริต อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบสีสวย เรือนผู้ป่วยเป็นห้องมีลูกกรงสายบัว โปร่ง ไม่มีหน้าต่าง หลังคาสังกะสีทาสีแดง
ภายหลังมีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกซึ่งเป็นคนไทย ท่านได้ไปศึกษาวิชาโรคจิตเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา ๒ ปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช จึงได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านจิตเวชด้วยการเขียนบทความ บรรยาย ปาฐกถาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเลิกหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวช ท่านได้เปลี่ยนชื่อ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น “โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี” ในปี พ.ศ. ๒๔๗๕ เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช
ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๐๒ ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย ท่านได้พัฒนาโรงพยาบาลโดยรื้อลูกกรงเหล็กแล้วเปลี่ยนเป็นมุ้งลวดแทน เปลี่ยนชื่อเรือนที่พักของผู้ป่วยเป็นชื่อดอกไม้เพื่อให้มีความหมายน่าชื่นใจ ในด้านการดูแลผู้ป่วยใช้หลักของความรัก ความเอาใจใส่ประดุจพ่อแม่ดูแลลูก ในด้านวิชาการท่านเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในการศึกษาก่อนและหลังปริญญา ท่านได้เปลี่ยนชื่อ ”โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี” มาเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา” ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล เพื่อลดความกระดากใจของผู้มาใช้บริการ
โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ เป็นสถาบันฝึกอบรมทางด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับก่อนและหลังปริญญา พัฒนางานวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา” ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕

มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ ฯ

ความเป็นมา

ผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการทางจิตรุนแรง เรื้อรัง ฐานะยากจน ญาติที่ยากจนขัดสนมักจะทิ้งผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล การดูแลผู้ป่วยให้มีคุณภาพที่ดี ลำพังงบประมาณจากทางราชการอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิขึ้น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2522 ชื่อ “มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา” ต่อมาสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเมตตารับมูลนิธิ ฯ ไว้ในพระราชูปถัมภ์ ใช้ชื่อว่า “มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2544

 

 

กิจกรรมมูลนิธิฯ

1. สนับสนุนของใช้ประจำวันที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีพ แก่ผู้ป่วยจิตเวชยากไร้

2. สนับสนุนงบประมาณ การจ้างบุคลากรด้านการบำบัดรักษาพยาบาลดูแลผู้ป่วย เนื่องจากบุคลากรด้านการรักษาพยาบาลผู้ป่วยที่จ้างด้วยงบประมาณจากทางราชการไม่เพียงพอ ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ และนักกายภาพบำบัด

3. จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และครุภัณฑ์ต่าง ๆ ให้แก่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

4. ให้ทุนสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปพัฒนาด้านการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช

5. ให้การสนับสนุนงบประมาณเรื่องยาที่มีราคาสูง และเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยรายที่มีฐานะยากจน

6. ให้ค่าทำขวัญแก่เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลผู้ป่วย และถูกผู้ป่วยทำร้ายได้รับบาดเจ็บ

7. โครงการให้ความรู้สุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์แก่ประชาชน เช่น โครงการ “ปันรัก” ซึ่งจัดกิจกรรมให้ความรู้สุขภาพจิต ตามโรงเรียนและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน การให้ความรู้สุขภาพจิตทาง Facebook ชื่อ “ปันรัก สมเด็จ”

8. โครงการการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในจิตเวชชาย สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา

ในปี พ.ศ.2543 ถึง ปี พ.ศ.2546 มูลนิธิฯ ได้รณรงค์หารายได้สร้างอาคารผู้ป่วยในจิตเวชชาย ขึ้น 1 หลัง เป็นอาคารสูง 9 ชั้น เนื้อที่ใช้สอย 8,557 ตารางเมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 120 ล้านบาท อาคารหลังดังกล่าวได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อย และเปิดให้บริการผู้ป่วยตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2547 และเปิดอาคาร ราชสาทิส เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2550 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ มีพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระปรมาภิไธย ภปร มาประดิษฐาน ณ อาคารหลังนี้

9. โครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในจิตเวชหญิง สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยา
ในปี พ.ศ. 2547 ถึงปี พ.ศ. 2554 มูลนิธิได้รณรงค์หารายได้สร้างอาคารผู้ป่วยในจิตเวชหญิงขึ้นอีก 1 หลัง เป็นอาคารสูง 9 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 12,384 ตารางเมตร งบประมาณในการก่อสร้าง 240 ล้านบาท จัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสมทบทุน “กองทุนสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙” การก่อสร้างอาคารได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
เมื่อความทราบถึงพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สมทบทุนสร้างอาคารหลังนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ณ วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 การก่อสร้างอาคารได้แล้วเสร็จ ในปี พ.ศ. 2553 ต่อมาพระองค์ทรงมีพระเมตตาพระราชทานนามอาคารหลังนี้ว่า “อาคารสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ ๙” และทรงมีพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย ย่อ “ส.ก.” ประดิษฐาน ณ อาคารหลังนี้ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคาร ณ วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2555

โครงการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยหลังใหม่
    สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา นอกจากให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ยังให้การบริการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคสมอง ระบบประสาท เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี อาคารผู้ป่วยในสมองระบบประสาท ผู้ป่วยในจิตเวชสูงอายุ มีสภาพชำรุดทรุดโทรม อาคารผู้ป่วยนอกก็มีขนาดเล็กและสภาพแออัด ไม่เพียงพอต่อการบริการผู้ป่วย ประกอบกับการพัฒนาด้านการแพทย์ได้เจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก จำนวนประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยจิตเวชสูงอายุ และผู้ป่วยสมองระบบประสาทในผู้สูงอายุ เช่น โรคสมองเสื่อม, โรคซึมเศร้า จะมีจำนวนมากขึ้นด้วย สถานที่และอุปกรณ์ไม่เพียงพอต่อการให้บริการแก่ประชาชน สถาบัน ฯ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างอาคารผู้ป่วยขึ้นอีก 1 หลังงบประมาณในการก่อสร้าง 400 ล้านบาท เพื่อการดูแลผู้ป่วยในจิตเวชสูงอายุ ผู้ป่วยในโรคสมองระบบประสาท ผู้ป่วยนอก และจัดซื้อครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสมทบทุน “กองทุนสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙” เพื่อผู้ป่วยจิตเวชยากไร้

อาคารเพื่อการดูแล
• ผู้ป่วยในจิตเวชสูงอายุ
• ผู้ป่วยในโรคสมองระบบประสาท
• ผู้ป่วยนอก

วีอาร์ดี ชวนทำดี มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ ฯ

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคให้มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ ฯ สามารถทำได้โดย

1. ชำระเป็นเงินสด ด้วยตัวเองได้ที่สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ตึกวิจัย ชั้น 2 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา
2. ชำระเงินทางธนาณัติ สั่งจ่าย “มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ ” ปณฝ. คลองสาน กรุงเทพฯ 10604 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
3. ชำระเงินโดยเช็ค สั่งจ่าย “มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาในพระราชูปถัมภ์ ฯ” แล้วส่งเช็คมาที่มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เลขที่ 112 ถ.สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
4. โอนเงินผ่านธนาคาร แล้วส่งหลักฐานการโอนเงินที่มูลนิธิ ฯ ทางไปรษณีย์
ที่ตั้ง สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ
เลขที่ 112 ถนนสมเด็จเจ้าพระยา แขวงคลองสาน
เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
หรือทางโทรสาร หมายเลข 02-4390357
โทรศัพท์ หมายเลข 02-4422542, 02-4422543

โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์ ฯ”
ธนาคารที่ท่านสามารถโอนเงินมาได้

1. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาลาดหญ้า เลขที่บัญชี 033-2-24453-2
2. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาท่าดินแดง เลขที่บัญชี 044-1-16608-3
3. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาคลองสาน เลขที่บัญชี 151-0-87327-4
4. ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาธนบุรี เลขที่บัญชี 006-2-40514-7
5. ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสำเพ็ง เลขที่บัญชี 213-6-00376-6
6. ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) แฟชั่นไอส์แลนด์ เลขที่บัญชี 171-245510-7

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาค เพิ่มเติมที่ http://www.somdejfund.org/donate.html

เว็บไซต์ : http://www.somdejfund.org Email: somdejfund@hotmail.com