ความแตกต่างของคนตามยุคสมัย (Generation)
Generation คือยุคสมัยของกลุ่มคน ตามช่วงอายุ เรื่อง Generation นี้มีคนศึกษากันมากมายโดยเฉพาะสายทางด้านสังคมศาสตร์ ที่จะศึกษาทั้งในด้านพฤติกรรม สังคม การใช้ชีวิต
ยุคแห่งการสร้างชาติและระเบียบวินัย (The Silent Generation) บรรยากาศรอบตัวของคนยุคนี้เต็มไปด้วยควันหลงจากสงครามและความขาดแคลน สภาพแวดล้อมจึงเน้นไปที่ความมั่นคงและกฎระเบียบที่เข้มงวด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมและเรือกสวนไร่นา เสียงป่าวประกาศจากวิทยุธานินทร์และการอ่านหนังสือพิมพ์รายวันคือแหล่งข้อมูลเดียวที่มี ผู้คนในยุคนี้เติบโตมาในสภาพสังคมที่ต้องเจียมเนื้อเจียมตัว พึ่งพาอาศัยเพื่อนบ้าน และเคารพโครงสร้างทางสังคมแบบบนลงล่างอย่างเคร่งครัด เพื่อความอยู่รอดในยุคที่ทุกอย่างต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่
ยุคบุกเบิกงานหนักเพื่อความมั่นคง (Baby Boomer) ภาพของยุคนี้คือเมืองที่กำลังขยายตัว ตึกแถวเริ่มปรากฏขึ้นแทนที่ทุ่งโล่ง เสียงจากเครื่องจักรในโรงงานและภาพคนวัยหนุ่มสาวมุ่งหน้าไปทำงานอย่างขยันขันแข็งคือภาพชินตา สภาพแวดล้อมในบ้านเริ่มมีโทรทัศน์จอขาวดำเป็นศูนย์กลางของครอบครัว การแข่งขันในตลาดแรงงานสูงแต่เต็มไปด้วยโอกาส คนยุคนี้จึงหายใจเข้าออกเป็นงาน ค่านิยมคือการสร้างครอบครัวให้ปึกแผ่น มีลูกหลานเต็มบ้านเพื่อเป็นแรงงานสำคัญ บรรยากาศรอบตัวจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อดทน และการให้เกียรติผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า
ยุคเปลี่ยนผ่านสู่โลกสมัยใหม่ (Generation X) บรรยากาศของ Gen X คือช่วงเวลาที่สีสันของวัฒนธรรมป๊อปเริ่มเบ่งบาน เป็นรอยต่อระหว่างวิถีชีวิตแบบอนาล็อกกับยุคเริ่มต้นของดิจิทัล สภาพแวดล้อมรอบตัวคือเสียงเพลงจากเทปคาสเซ็ท การนั่งรอชมมิวสิควิดีโอในทีวี และการนัดเจอเพื่อนตามห้างสรรพสินค้าหรือลานไอซ์สเก็ต ในขณะที่พ่อแม่ (Boomer) ออกไปทำงานหนัก เด็กยุคนี้จึงเติบโตมาท่ามกลางความเป็นอิสระในบ้านที่เงียบเหงา (Latchkey kids) ทำให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเอง มีความเป็นตัวของตัวเองสูง และเริ่มมองหาความสมดุลให้กับชีวิตมากกว่าแค่การก้มหน้าทำงาน
ยุคไร้พรมแดนและเทคโนโลยีในมือ (Generation Y / Millennials) สภาพแวดล้อมของคนยุคนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเสียงตุ๊ดๆ ของโมเด็มอินเทอร์เน็ตที่กำลังเชื่อมต่อ โลกของพวกเขาขยายกว้างออกไปไกลกว่าหน้าบ้านผ่านเว็บบอร์ดและห้องแชท ร้านกาแฟที่มี Wi-Fi กลายเป็นออฟฟิศที่สอง และภาพคนก้มหน้าเล่นมือถือเริ่มกลายเป็นเรื่องปกติ พวกเขาเติบโตมาในยุคที่เศรษฐกิจเริ่มผันผวนแต่เต็มไปด้วยทางเลือกใหม่ๆ สภาพแวดล้อมจึงหล่อหลอมให้พวกเขากล้าคิด กล้าตั้งคำถาม และให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้ชีวิตมากกว่าการครอบครองทรัพย์สินชิ้นใหญ่เหมือนคนรุ่นก่อน
ยุคดิจิทัลสมบูรณ์แบบและการตื่นรู้ (Generation Z) โลกของ Gen Z คือโลกที่หมุนไวเท่าความเร็วแสงบนหน้าจอสมาร์ทโฟน สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาลที่เข้าถึงได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส พวกเขาเติบโตมาในยุคที่โซเชียลมีเดียคือพื้นที่หลักในการแสดงตัวตน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความหลากหลายทางความคิด การเรียกร้องความเท่าเทียม และการตระหนักถึงปัญหาระดับโลกอย่างสิ่งแวดล้อม บ้านของพวกเขาอาจเป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน เพราะโลกทั้งใบของพวกเขาซ้อนทับอยู่ในโลกออนไลน์ที่เชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ยุคปัญญาประดิษฐ์และโลกเสมือน (Generation Alpha) สภาพแวดล้อมของน้องเล็กสุดคือ “โลกที่ไม่มีเส้นกั้น” ระหว่างความจริงกับความเสมือนจริง พวกเขาเกิดมาในห้องที่สั่งการด้วยเสียง (Smart Home) มี AI เป็นเพื่อนเล่น และใช้แท็บเล็ตแทนสมุดวาดเขียน สภาพแวดล้อมรอบตัวถูกคัดสรรมาให้เฉพาะบุคคล (Personalized) ตามความชอบที่อัลกอริทึมเลือกให้ การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่เกิดจากคลิปวิดีโอสั้นหรือเกมออนไลน์ที่แฝงการแก้ปัญหา บรรยากาศของคนยุคนี้จึงเป็นเรื่องของความรวดเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด และการมองว่าเทคโนโลยีคืออวัยวะที่ 33 ของร่างกายไปโดยปริยาย

