ท่ามกลางหมู่เกาะอันหนาวเหน็บของสฟาลบาร์ ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างแผ่นดินใหญ่และขั้วโลกเหนือ เป็นที่ตั้งของ “ศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลกแห่งสฟาลบาร์” (Svalbard Global Seed Vault) หรือที่รู้จักกันในฉายา “ตู้นิรภัยวันสิ้นโลก” (Doomsday Vault)
สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่มิ่งขวัญที่ถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยลึกใต้ภูเขาหินเกรนิตไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณีล้ำค่า หากแต่เป็น “เมล็ดพันธุ์พืช” นับล้านชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งถือเป็นมรดกทางชีวภาพและหลักประกันสุดท้ายว่ามนุษยชาติจะมีแหล่งอาหารสำรอง หากเกิดวิกฤตการณ์ที่ทำลายระบบนิเวศหรือธนาคารเมล็ดพันธุ์ในระดับท้องถิ่นจนหมดสิ้น
เหตุผลที่เลือกสฟาลบาร์เป็นที่ตั้งของภารกิจสำคัญนี้ เนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง ตัวอุโมงค์ถูกขุดลึกเข้าไปในภูเขาพลาโทเบอร์เกต (Platåberget) กว่า 120 เมตร ซึ่งมีสภาพเป็นชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (Permafrost) ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้ตามธรรมชาติ แม้ระบบทำความเย็นที่ตั้งไว้ -18 องศาเซลเซียสจะขัดข้อง
นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีความมั่นคงทางธรณีวิทยา มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวต่ำ และตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเพียงพอที่จะปลอดภัยจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลหากน้ำแข็งขั้วโลกละลายในอนาคต ทำให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นป้อมปราการที่ทนทานต่อทั้งภัยธรรมชาติและน้ำมือมนุษย์อย่างสงครามหรือการก่อการร้าย
ในด้านการบริหารจัดการ
ศูนย์แห่งนี้ใช้ระบบที่เรียกว่า “กล่องดำ” (Black Box) ซึ่งหมายความว่าประเทศหรือหน่วยงานที่นำเมล็ดพันธุ์มาฝากจะยังคงเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์ และเป็นเพียงผู้เดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงหรือขอเบิกเมล็ดพันธุ์ของตนเองกลับไป
เมล็ดพันธุ์จะถูกบรรจุในซองฟอยล์สามชั้นที่ปิดผนึกอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันความชื้นและอ็อกซิเจน
ปัจจุบันศูนย์แห่งนี้เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์มากกว่า 1 ล้านตัวอย่าง ตั้งแต่พืชเศรษฐกิจหลักอย่างข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี ไปจนถึงพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เพื่อรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงพันธุ์พืชให้ทนทานต่อโรคหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความสำคัญของศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์แห่งนี้ถูกพิสูจน์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2558 เมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรีย ส่งผลให้ธนาคารเมล็ดพันธุ์ในเมืองอเลปโปได้รับความเสียหาย นักวิจัยจึงได้ร้องขอเบิกเมล็ดพันธุ์พืชทนแล้งที่เคยฝากไว้ในสฟาลบาร์กลับไปเพาะปลูกและขยายพันธุ์ใหม่ในประเทศเลบานอนและโมร็อกโก
เหตุการณ์นี้ยืนยันว่าศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์พืชโลกไม่ใช่เพียงโครงการในอุดมคติเพื่ออนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของมนุษย์ในปัจจุบัน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือร่วมใจของนานาชาติในการพิทักษ์ความหลากหลายของชีวิตบนโลกใบนี้

