ความรู้เรื่องเทศกาลสงกรานต์

คำว่า “สงกรานต์” เป็นคำกร่อนมาจากภาษาสันสกฤต สํ+กฺรานฺติ (saṅkrānti) แปลว่า “การเคลื่อนย้าย” หมายถึงการโคจรย้ายของดวงอาทิตย์จากราศีหนึ่งไปสู่อีกราศีหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่ดวงอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ จะนับเป็น “มหาสงกรานต์” ซึ่งถือเป็นการขึ้นปีใหม่ตามคติสุริยคติของไทย คนล้านนาออกเสียงแบบท้องถิ่นจากคำว่า สังกรานติ เป็น “สังขานต์” ตามประเพณีล้านนา กำหนดให้มี 3 วัน ได้แก่

วันที่ 13 เมษายน: วันมหาสงกรานต์ (สิ้นปีเก่า) วันที่พระอาทิตย์ย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ

วันที่ 14 เมษายน: วันเนา/ วันเนาว์ (รอยต่อระหว่างปี) วันที่พระอาทิตย์ “พัก” หรือตั้งมั่นอยู่ที่ 0 องศาในราศีเมษ

วันที่ 15 เมษายน: วันเถลิงศก วันพญาวัน (ขึ้นปีใหม่) วันที่เปลี่ยนศักราชใหม่ เริ่มต้นปีใหม่อย่างสมบูรณ์

ในอดีต การกำหนดฤดูกาลไม่ได้อาศัยเพียงปฏิทิน แต่ยึด “ท้องฟ้า” เป็นหลัก โดยเฉพาะตำแหน่งของดวงอาทิตย์บนเส้นสุริยวิถี ควบคู่กับการสังเกต “ดาว” และ “จันทร์เพ็ญ” ที่อยู่ตรงข้าม ดาวสำคัญที่ใช้เป็นหลักอ้างอิง ได้แก่

ดาวจิตรา (Spica) ดาวกฤตติกา (Pleiades) ดาวมาฆะ (Regulus) ดาววิสาขะ (Corona Borealis, the head of Scorpius, หรือ Libra) ดาวปาริชาต (Antares)

โดยเฉพาะ ดาวจิตรา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในระบบปฏิทินจุลศักราช เพราะตำแหน่งดาวดวงนี้อยู่ตรงข้ามกับตำแหน่งดวงอาทิตย์เมื่อเข้าสู่ราศีเมษ

หากย้อนกลับไปถึงการสังเกตท้องฟ้าตั้งแต่สมัยกรีก ฮิปปาร์คัส (Hipparchus) และ ปโตเลมี (Ptolemy) พบว่า ตำแหน่งของดาวจิตรากับจุดวสันตวิษุวัตนั้นไม่คงที่ จนนำไปสู่การค้นพบ “การหมุนควงของจุดวิษุวัต” (precession of the equinoxes) ซึ่งทำให้ฤดูกาล ที่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในรอบปี ค่อย ๆ เลื่อนเมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ (หรือราศี)

ขณะที่ระบบจักรราศีในคัมภีร์สูรยสิทธานต์ (Surya Siddhanta) ซึ่งเป็นต้นแบบของคัมภีร์สุริยยาตร์ ได้รับการพัฒนาโดย วราหะมิหิระ (Varahamihira) ให้ใช้การคำนวณโดยยึด “ดาราคติ” (sidereal) หรือการ “อิงตำแหน่งดาว” เป็นหลัก และอาจไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบจากการหมุนควงของจุดวิษุวัต ด้วยเหตุนี้ ในความเข้าใจของคนโบราณ “วันเถลิงศก” จึงน่าจะตรงกับวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงทิศตะวันออก และตกตรงทิศตะวันตก หรือก็คือวันวสันตวิษุวัต

เมื่อเวลาผ่านไป วันเถลิงศกค่อย ๆ เลื่อนออกจากวันวิษุวัต สาเหตุสำคัญมาจากระบบคำนวณในคัมภีร์สุริยยาตร์ ที่กำหนดความยาวปีไว้ยาวกว่าความเป็นจริงเล็กน้อย เฉลี่ยอยู่ที่ 365.25875 วัน (คำนวณจาก 292207 กัมมัชพล หารด้วย 800) ซึ่งยาวกว่าความยาวปีดาราคติเฉลี่ย (365.25636 วัน) และปีฤดูกาลเฉลี่ย (365.242199 วัน)

แม้ความต่างจะเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมเป็นเวลานาน ก็ทำให้วันเถลิงศกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จากเดิมเมื่อแรกตั้งจุลศักราช ในวันเถลิงศกตรงกับวันที่ 25 (22 จูเลียน) มีนาคม พ.ศ. 1181 ซึ่งใกล้กับวันวสันตวิษุวัต ปัจจุบัน ได้เลื่อนมาเป็นวันที่ 16 เมษายน และในอนาคตจะขยับไปถึงวันที่ 17 เมษายน โดยเฉลี่ยประมาณ 1 วันในทุก 61-62 ปี ความคลาดเคลื่อนนี้เกิดจากการใช้ระบบอ้างอิงคนละแบบ กล่าวคือ ปฏิทินสากลในปัจจุบันยึดตาม “ฤดูกาล” หรือจุดวิษุวัต ขณะที่ระบบดั้งเดิมยึดตามตำแหน่งของดาวฤกษ์เป็นหลัก ทำให้ปฏิทินแบบจุลศักราชและปักขทืนล้านนาในปัจจุบัน ค่อย ๆ เลื่อนไป ไม่ได้ตรงกับฤดูกาลเหมือนในอดีต