ประวัติ พระราชวัชรปัทมคุณ (หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร) สถานะเดิมท่านชื่อ “ พันธุ์บัวเกตุ แซ่สิ ” เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๓ ค่ำ เดือน ๗ ปีจอ ตรงกับวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๗๗
บิดาชื่อ “ ตงหริ่น แซ่สิ ” (เกิดประเทศจีน)
มารดาชื่อ “ นางเปีย แสงศรี ”
เกิด ณ บ้านสวน หมู่ที่ ๒ ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีพี่น้องร่วมกัน ๖ คน
บรรพชาอุปสมบทพออายุย่าง ๒๐ ปี เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๔๙๗ โยมมารดาได้นำไปฝากวัดกับหลวงปู่เผือก ฉนฺนเถระ (พระครูวิบูลย์ธรรมกิจ) เจ้าอาวาสวัดช่องลม ได้รับการอบรมสั่งสอนและฝึกซ้อมขานนาคจากหลวงพ่อบุญมี อคุคปุญฺโญ รองเจ้าอาวาส ท่านจะเน้นหนักเรื่องอักขระมคธมาก อยู่วัดได้สองเดือนจึงได้อุปสมบท เมื่อวันขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๘ ปีมะเมีย ตรงกับวันจันทร์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๙๗ เวลา ๑๑.๐๕ น. โดยมี
พระเทพกวี (จั่น วิจัญฺจโล) วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร เป็นพระอุปัชฌาย์
พระราชเมธากรกวี (สุบิน สุเมโธ) วัดเทพนิมิตร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพระกรรมวาจาจาย์
พระครูชลโธปมคุณ (ปุ่น ชยปุณฺโณ) วัดเขาบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ณ พัทธสีมาวัดช่องลม ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ได้รับฉายาว่า “ปทุมสิโร” เมื่อบวชแล้วเปลี่ยนชื่อ และนามสกุลเป็น “ บัวเกตุ กิจสุภาพศิริกุล ”
ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติ และปกครองคณะสงฆ์ในพรรษาแรกท่านได้ศึกษาเล่าเรียนทางปริยัติธรรมในสำนักของวัดช่องลมนาเกลือ สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรีถึงนักธรรมชั้นเอกในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ท่านได้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมประจำสำนักของวัดตั้งแต่นั้นมาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นเวลานานถึง ๒๖ ปี
ในพรรษาที่สองของท่าน หลวงพ่อบุญมี อคฺคปุญฺโญ รองเจ้าอาวาสวัดช่องลม ถูกให้ไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดโพธิสัมพันธ์ ซึ่งมีผู้ศรัทธาบริจาคที่ดินสร้างวัด ในส่วนของทางวัดช่องลมจึงไม่มีพระเก่าอยู่เลย เหลือหลวงปู่เผือก ฉนฺนเถระ กับท่านเพียง ๒ รูป ท่านจึงต้องช่วยงานต่างๆ ของทางวัด จัดทำบัญชี สอนนาค ท่องปาฏิโมกข์ สอนปริยัติธรรม การฝึกเป็นครูสอนปริยัติธรรม
ท่านเล่าให้ฟังว่าขณะนั้นหลวงปู่เผือก ฉนฺนเถระ อายุ ๘๓ ปีแล้ว การสอนนั้นไม่ใช่ของง่ายเลย พื้นฐานทั้งทางโลกและทางธรรมก็น้อย ประสบการณ์ต่างๆก็ยังมีไม่พอ ด้วยความมานะพยายาม ท่านจึงได้ค้นคว้าอ่านตำรับตำราและต้องจำให้มากๆ ไว้ก่อน ฝึกคิด ฝึกทำ และฝึกพูด สิ่งใดที่ขัดข้องจนปัญญาก็ไปที่วัดศรีมหาราชา สอบถามกับพระเถระผู้ใหญ่เช่น พระครูใบฎีกาผัด พระครูปริยัติวราทร(ผิว ปนฺนโท) เจ้าคณะตำบลในสมัยนั้นอยู่เสมอๆ ในที่สุดท่านก็สามารถสอนได้ ปี พ.ศ.๒๔๙๙
ท่านได้รับสมณศักดิ์เป็น พระครูใบฎีกาบัวเกตุ ฐานานุกรมในท่านพระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ(เอี่ยม เมฆิโย) เจ้าคณะจังหวัดชลบุรีฝ่ายธรรมยุต
หลังจากที่หลวงปู่เผือก ฉนฺนเถระ มรณภาพแล้วพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านทั้งหลาย ได้นิมนต์ท่านทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสวัดช่องลมนาเกลือ พ.ศ.๒๕๐๓
พอถึง ปี พ.ศ.๒๕๐๕ ท่านพระครูใบฎีกาบัวเกตุ ปทุมสิโรได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดช่องลม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ในระยะแรก มีผู้ศรัทธาท่านไม่มากนัก เพราะท่านมีพรรษาน้อยยังหนุ่มอยู่ ประกอบกับขณะนั้น ทางวัดมีปัญหามาก ถึงกับในบางพรรษา มีท่านกับสามเณรรูปเดียวเท่านั้น สมัยนั้นทางวัดอัตคัดขัดสนมาก บ่อยครั้งท่านต้องเอาน้ำตาลทรายมาเคี่ยวให้เดือดจนเป็นตังเม แล้วจึงเอามาฉันร่วมกับพระเณรในวัด แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวของท่าน ว่าต้องทำให้ได้และให้ดี ท่านได้พยายามศึกษาหาความรู้ สอบถามผู้รู้เก่าๆ ที่เคยบวชมาก่อน ว่าแนวทางที่ครูบาอาจารย์สมัยก่อนท่านทำกันมาอย่างไร ท่านปฏิบัติตนตามแนวทางของพระธรรมวินัยและบูรพาจารย์มาอย่างสม่ำเสมอมิได้บกพร่อง โดยที่ไม่ให้ใครมาว่าท่านได้ ท่านยังใช้วิธีการให้ญาติโยมของทางวัดช่วยสอดส่องดูแลการประพฤติปฏิบัติของพระเณร เมื่อไปนอกวัด โดยท่านเข้มงวดต่อการนุ่งห่ม การสำรวมระวังในทุกอิริยาบถของพระเณร ถ้าอบรมสั่งสอนศิษย์โดยรวมถึงเรื่องวัตรปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย และสอนลูกศิษย์อยู่เสมอว่า ” การสอนที่ยากที่สุดคือการสอนตนเอง” ทุกเรื่องที่จะอบรมสั่งสอนท่านได้ปฏิบัติตนเป็นอย่างที่ดีสมฐานะของความเป็นผู้นำหมู่คณะที่ควรแก่การเคารพยิ่ง ท่านได้ปกครองพระภิกษุสามเณรตามแนวทางของพระธรรมวินัยและบูรพาจารย์มาด้วยด
ในปี พ.ศ.๒๕๐๙ พระครูใบฎีกา บัวเกตุ ปทุมสิโร ได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) ตั้งเป็น “ พระครูพิพัฒน์บรรณกิจ “ พระครูฐานานุกรม ในสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฐายี) วัดมงกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร
มาปี พ.ศ.๒๕๑๒ ท่านพระครูพิพัฒน์บรรณกิจ (บัวเกตุ ปทุมสิโร)ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “ พระครูวิบูลธรรมกิจ “ (บัวเกตุ ปทุมสิโร) และได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูอุปัชฌาย์ ในเวลาต่อมา ตลอดระยะเวลาที่ท่านพระครูวิบูลธรรมกิจได้ปกครองดูแลวัดช่องลมนี้มา ท่านสั่งสอนอบรมพระภิกษุสามเณร และอุบาสกอุบาสิกาภายในวัดให้มีความรู้ในพระธรรมวินัยด้วยดี
วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ ได้รับมหากรุณาโปรดเกล้า แต่งตั้ง เป็นพระราชาคณะ ที่ พระราชวัชรปัทมคุณ สุนทรสีลาจารนิวิฐ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม จังหวัดเชียงใหม่
พระมหากรุณาธิคุณ
วันพุธที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ พระครูวิบูลธรรมกิจ (หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร ) เจริญอายุวัฒนมงคล ๘๙ ปี ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง อัญเชิญเครื่องสักการะ น้ำสรงพระราชทาน และเครื่องไทยธรรม ถวายพระครูวิบูลธรรมกิจ (หลวงปู่บัวเกตุ ปทมสิโร) ณ วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องในวาระเจริญอายุวัฒนมงคล ๘๙ ปี วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๖ เวลา ๑๓.๐๐ น.
วันศุกร์ที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖ ได้รับมหากรุณาโปรดเกล้า แต่งตั้ง เป็นพระราชาคณะที่ พระราชวัชรปัทมคุณ สุนทรสีลาจารนิวิฐ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดป่าปางกึ๊ดกิตติธรรม จังหวัดเชียงใหม่
วันศุกร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร เจริญอายุวัฒนมงคล ๙๐ ปี ได้รั พระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ พลตำรวจโท สกลเขต จันทรา กรมวังผู้ใหญ่ อัญเชิญเครื่องสักการะ น้ำสรงพระราชทาน และเครื่องไทยธรรม ถวายพระราชวัชรปัทมคุณ (หลวงปู่บัวเกตุ ปทมสิโร) ณ วัดป่าดาราภิรมย์ ตำบลแม่ริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
เนื่องในวาระเจริญอายุวัฒนมงคล ๙๐ ปี วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ น
วันพุธที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๒๙ น. หลวงปู่บัวเกตุ ปทุมสิโร มรณะภาพด้วยอาการสงบ ณ กุฏิสมเด็จฯ วัดป่าดาราภิรมย์ ต.แม่ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

